บทความ

การใช้สิทธิของประชาชน เมื่อการกระทำมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

29/10/2020
317

Highlight


  • ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง มีสิทธิยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ แต่จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายบัญญัติ

          มาตรา 5 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ได้มีการบัญญัติรับรองหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ (supremacy of constitution) เอาไว้ว่า “รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้”

          กรณีที่มีการกระทำในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้ มาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน บัญญัติให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้

          ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ในมาตรา 46 - 48 โดยคำถามสำคัญมีอยู่ว่า ใครบ้างที่มีสิทธิยื่นคำร้อง การกระทำลักษณะใดบ้างที่อาจเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ และการยื่นคำร้องในเรื่องนี้มีขั้นตอนอย่างไร
          1. ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง จะต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้จากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้น
          2. “การกระทำ” ที่จะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา จะต้องเป็นการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้บัญญัติข้อยกเว้นเอาไว้ว่า กรณีดังต่อไปนี้ไม่อาจเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
          - กรณีที่เป็นการกระทำของรัฐบาล
          - กรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
          - กรณีที่กฎหมายบัญญัติขั้นตอนและวิธีการไว้เป็นการเฉพาะ และยังมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนหรือวิธีการนั้นให้ครบถ้วน
          - กรณีที่เป็นเรื่องซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอื่น หรือเป็นเรื่องที่ศาลอื่นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว
          - กรณีที่เป็นการกระทำของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
          - กรณีที่เป็นการกระทำซึ่งเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม คณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง คณะกรรมการตุลาการศาลทหาร รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับวินัยทหาร
          3. ขั้นตอนในการยื่นคำร้อง แยกพิจารณาได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีที่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ กับกรณีที่เป็นการกระทำอื่นซึ่งมิใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

          สำหรับกรณีที่การถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้เป็นผลมาจากบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด ตลอดจนประกาศหรือคำสั่งของคณะรัฐประหารที่มีค่าบังคับเทียบเท่าพระราชบัญญัติ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกละเมิดจะต้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินต้องพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยความเห็นภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง และต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องทราบภายใน 10 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดดังกล่าว หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ผู้ถูกละเมิดจึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้

          ส่วนกรณีที่การถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้เป็นผลมาจากการกระทำอื่นของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ ที่มิใช่เรื่องของการที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ผู้ถูกละเมิดก็ต้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อนเช่นเดียวกัน โดยจะต้องยื่นภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพดังกล่าว เว้นแต่เป็นกรณีที่การละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้นยังคงมีอยู่ ก็ให้ยื่นคำร้องได้ตราบที่การละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้นยังคงมีอยู่ ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยความเห็นภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง และต้องแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ร้องทราบภายใน 10 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดดังกล่าว หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ยื่นคำร้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ผู้ถูกละเมิดจึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ โดยจะต้องยื่นคำร้องภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินหรือวันที่พ้นกำหนดเวลาที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นคำร้องต่อศาล

          ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และกรณีที่เป็นการกระทำอื่นซึ่งมิใช่บทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญก็ตาม การยื่นคำร้องจะต้องระบุให้ชัดเจนว่า การกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพเป็นการกระทำใด และละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพอย่างไร ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คำร้องไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลก็อาจจะไม่รับคำร้องนั้นไว้พิจารณาก็ได้

          จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้พยายามคุ้มครองประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการกระทำของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐ โดยสร้างกลไกในการเสนอเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ อย่างไรก็ดี เพื่อมิให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องรับภาระมากเกินไป กฎหมายจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการเสนอเรื่องเอาไว้ ซึ่งประชาชนจะต้องศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ด้วย นั่นเอง
Back to top